การจัดตกแต่งบ้านและบริเวณบ้าน

การจัดตกแต่งบ้านและบริเวณบ้าน

 
การตกแต่งบ้าน หมายถึง การจัดหรือการออกแบบต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกของบ้านรวมทั้งห้องต่างๆ ที่มีอยู่ภายในบ้าน เช่น ห้องรับแขก ห้องนอน เป็นต้น เพื่อให้เป็นระเบียบเรียบเรียบร้อยสวยงามน่าอยู่

โดยทั่วไปแล้วการจัดตกแต่งบ้านจะแบ่งลักษณะของการตกแต่งออกเป็น 2 ลักษณะดังนี้คือ

1. การตกแต่งภายใน คือ การจัดหรือออกแบบบริเวณต่างๆของบ้านที่อยู่อาศัยในตัวบ้านได้แก่ ห้องต่างๆ ซึ่งมีหลักในการตกแต่งดังนี้

 

1.1 ห้องนอน

 
ถือว่าเป็นสถานที่ส่วนตัว การออกแบบตกแต่ง จึงสามารถทำให้มีลักษณะเฉพาะตัว ที่เด่นชัด และตามสไตล์ ที่ผู้อยู่ต้องการ เนื่องจากพื้นที่ในห้องนอนนั้น เป็นพื้นที่ส่วนตัว ที่พ้นจากสายตาคนอื่นๆ และยังเป็นห้องที่เหมาะที่สุด ในการสร้างสรรค์ ตามความประสงค์ ของผู้อยู่อย่างมาก ภายในห้องต้องมีหน้าที่สามารถรับแสงแดดยามเช้าได้ดี มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก

ในบ้านหนึ่งหลังอาจแบ่งห้องนอนออกเป็น

1.1.1 ห้องนอนใหญ่ ส่วนใหญ่จะเป็นห้องนอนของเจ้าของบ้าน มีขนาดใหญ่ กว่าห้องนอนอื่น ๆ ของบ้าน มีห้องน้ำในตัว อาจมีส่วนที่ใช้สำหรับการแต่งตัวแยกออกไป สำหรับเก็บเสื้อผ้า โทนสีที่ใช้ตกแต่งห้องสามารถตกแต่งได้ตามใจชอบของเจ้าของบ้าน การตกแต่งอาจเน้นในส่วนที่เป็นหัวเตียงซึ่งนับว่าเป็นจุดเด่นของห้อง

1.1.2 ห้องนอนอื่น ๆ ที่จะมีขนาดเล็กกว่าห้องนอนใหญ่ ใช้สำหรับให้สมาชิกเล็ก ๆ ของครอบครัว หรืออาจเป็นห้องนอนที่ใช้รับรองแขกการตกแต่งห้องนี้สามารถ ตกแต่งได้ตามใจชอบของเจ้าของบ้านอีกเช่นกัน อาจมีโทนสีแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เนื่องจากความต่างวัยและเพศของผู้อยู่อาศัยห้องนอนเล็กส่วนใหญ่มักไม่มีพื้นที่แต่งตัว แต่ จะใช้ตู้เสื้อผ้า เข้าชุดกันกับเฟอร์นิเจอร์อื่น ๆ

 

1.2 ห้องรับแขก

เป็นห้องที่เป็นศูนย์รวมของคนในบ้าน และผู้มาเยือน จึงจำเป็นต้องตกแต่งให้สวยงามที่สุด ซึ่งจะสะท้อนรสนิยม ความสนใจ และความเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าของบ้าน เป็นที่รวมกิจกรรมที่หลากลหาย เช่น รับรองแขก พักผ่อน อ่านหนังสือ ทำงาน ดูโทรทัศน์ ฟังเพลง และอยู่ร่วมกันของสมาชิกในครอบครัว จึงควรมีเนื้อที่อย่างน้อยสุด 4 ตารางเมตร และมักอยู่ส่วนหน้าของบ้านถัดจากโถงทางเข้า ใกล้บริเวณเข้าออกหน้าบ้านมากที่สุด สีที่ใช้ออกแบบห้องควรเป็นสีที่ดูสบายตา ให้ความรู้สึกไม่ร้อน ใช้สีโทนอ่อน เช่นสีขาว สีครีม จะทำให้มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น

หลักการจัดห้องรับแขกมีดังนี้

1.ควรอยู่ส่วนแรกของบ้าน เว้นทางเดินเข้าห้องรับแขกได้สะดวกไม่ต้องอ้อมผ่านห้องอื่นๆ

2.อยู่ใกล้ห้องนั่งเล่นหรือห้องทานอาหาร

3.จัดให้เหมาะกับประโยชน์ใช้สอยสูงสุดก่อนเสมอ

4.ความสวยงามที่จะตามมาต้องดูดีในสายตาของผู้มาเยือน นั่นหมายถึงบรรยากาศรายล้อมต้องดีก่อนด้วย ห้องควรเป็นสีที่ดูสบาย

ตา สีโทนอ่อนเช่น สีขาว สีครีม จะทำให้มีชีวิตชีวามากขึ้น

5.คำนึงถึงความสมดุลและสัดส่วนตลอดเวลา

 

1.3 ห้องรับประทานอาหาร

 

ห้องรับประทานอาหารสามารถยืดหยุ่นได้ดีไม่ว่าจะเป็นขนาดของห้องและรูปร่าง อาจจะใช้มุมใดมุมหนึ่งของห้องครัว ไปจนถึงการจัดห้องอาหารโดยส่วนใหญ่ แล้วห้องรับประทานอาหาร มักจะเป็นที่ที่กำหนดขึ้นมา อย่างเหมาะสมเพื่อใช้ให้ เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ในการรับประทานอาหาร ห้องรับประทานอาหารไม่ควรจะอยู่ไกลจากห้องครัว เพราะอาหารบางชนิดหากเสียเวลาไปกับการลำเลียงมาสู่ห้องรับประทานอาหารนานเกินไป ก็อาจจะเสียรส ชาติ ภายในห้องไม่ควรมีกลิ่นเหม็นอับ แต่ข้อที่ควรระวังสำหรับครัว ที่อยู่ติดกับห้องรับประทานอาหาร ก็คือเรื่องของกลิ่นอาหาร ขณะที่กำลังปรุงจะเข้ามารบกวนได้ ดังนั้น การระบายอากาศหรือการใช้ เครื่องดูดควัน จึงกลายเป็น เรื่องจำเป็น ที่ขาดเสียไม่ได

 

1.4 ห้องครัว

 

1.4.1. เป็นอีกห้องหนึ่งที่มีการกำหนด ลักษณะการใช้งาน ที่แตกต่างไปจากห้องอื่นๆ โดยเป็นส่วนใช้งาน ที่สำคัญภายในบ้าน ซึ่ง

ใช้เป็นที่ประกอบอาหาร เพื่อการยังชีพนอกจากนั้น ครัวยังมีความสัมพันธ์ ในการใช้งานอย่างต่อเนื่อง กับส่วนรับประทานอาหารและ

ส่วนอื่นๆ ในตัวบ้าน ห้องครัวควรมีอากาศถ่ายเทได้ดี ไม่อับชื้น ทางเดินสะดวก

การจัดตกแต่งครัวเพื่อให้เกิดความสวยงามนั้น สิ่งแรกที่ควรคำนึงถึงเป็นลำดับแรกคือ การวางแปลนครัวที่ถูกต้อง เพราะจะทำให้

เหมาะสมกับการใช้งาน และได้รับประโยชน์ ในการใช้สอยได้อย่างเต็มที่ การวางแปลนครัวนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสม และ

ประโยชน์ใช้สอย การวางแปลนครัวจึงแบ่งออกได้เป็น 4 ลักษณะ ตามขนาดและรูปร่างห้อง คือ

1.4.2. การจัดแบบตัวยู เหมาะสำหรับบ้านที่มีพื้นที่เหลือเฟือ เพราะยังสามารถขยายพื้นที่ของเคาน์เตอร์และชั้นเก็บของต่างๆได้อีก

1.4.3. การจัดแบบตัวแอล เป็นครัว ที่ใช้การได้ดีเช่นกัน สำหรับการทำงาน ในจุดทั้งสาม(เตา,อ่าง,ตู้เย็น)เหมาะกับห้องที่มีเนื้อที่ปานกลางและเป็นบ้านโล่งๆ

1.4.4. การจัดแบบแถวยาวตามทางเดิน เป็นครัวที่อยู่ในบริเวณ ที่ขนาบทางเดิน แคบๆโดยมีทางเดินอยู่แนวกลางทุกๆอย่างในครัวนี้ จะอยู่ใกล้มือมาก จึงอำนวย ความสะดวกได้มากที่สุด

1.4.5. การจัดแบบแถวยาวตลอด เป็นครัวที่มีการจัดวางเป็นแบบแถวเดียวชิดผนัง

หมด

 

1.5 ห้องน้ำ

ห้องน้ำนับว่าเป็นห้องที่ต้องการความเป็นส่วนตัว มากกว่าทุกๆ ห้องในบ้านเลยก็ว่าได้ทั้งนี้เพราะ กิจกรรมที่ทำในห้องน้ำ อันได้แก่ การอาบน้ำ ชำระ ร่างกาย และการขับถ่าย เป็นกิจกรรมเฉพาะบุคคล ที่ต้องทำเป็นประจำทุกวัน ห้องน้ำยังใช้ เป็นสถานที่ ทำกิจกรรมอื่นๆ อีก เช่น การโกนหนวด แต่งหน้า แต่งตัว ซักผ้า หรือแม้กระทั่ง การอ่านหนังสือ เป็นต้น เมื่อกิจกรรม ในห้องน้ำมีเพิ่มมากขึ้น เราจึงจำเป็นต้องเอาใจใส่ และพิถีพิถันกับการสร้าง การจัดตกแต่งห้องน้ำ ให้สวยงาม น่าใช้ และตอบสนอง การใช้สอยให้มากที่สุด โดยต้องเริ่มตั้งแต่ การวางแผนที่ดีการคัดเลือกวัสดุ และการตกแต่ง ให้สวยงามสอดคล้องกับห้องอื่นๆในบ้าน เป็นต้น

 

การวางแผน

1. เริ่มต้นพิจารณาจากความจำเป็น ในการใช้ห้องน้ำของสมาชิกในบ้าน ต้องดูว่ามีสมาชิกกี่คน

2. การตรวจดูงบประมาณ ค่าใช้จ่าย ในการทำว่ามีมากน้อยเพียงไร

3. การเลือกตำแหน่งที่ตั้งห้องน้ำนั้น ต้องพิจารณาว่า สามารถฝังบ่อเกรอะ บ่อซึม และต่อท่อน้ำทิ้ง ลงท่อ ให้สะดวก มากน้อยแค่ไหน

พยายามหลีกเลี่ยง การเดินท่อผ่านห้องอื่น และควรจัดห้องน้ำ ให้มีอากาศ หมุนเวียนออกสู่ ภายนอกได้ อาจทำโดย การเปิดหน้าต่าง

หรือติด พัดลมดูดอากาศออกภายนอก เพื่อให้อากาศ ถ่ายเทได้สะดวก

1.2 การตกแต่งภายนอก คือการจัดหรือออกแบบบริเวณต่างๆ ที่อยู่รอบบ้าน โดยส่วนมากจะนิยมตกแต่งโดยการจัดสวน หรือสนาม

หญ้าหน้าบ้านให้ดูร่มรื่น สวยงาม

 

หลักเบื้องต้นของการออกแบบสวน
 

1. การกำหนดรูปร่างหรือแบบ (style) ในการจัดสวนในส่วนของบริเวณที่เลือกแล้วนั้นขึ้นอยู่กับรสนิยม และความชอบของเจ้า

ของบ้าน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ

1.1 แบบรูปทรงเรขาคณิต (Formal) คือการจัดโดยอาศัยรูปทรงเรขาคณิตต่าง ๆ มีการแสดงออกของเส้นตรง และเส้นนี้จะ

แสดงความรู้สึกว่า บริเวณด้านซ้ายและด้านขวาเหมือนกันทุกประการ รูปแบบนี้เหมาะสำหรับพื้นที่จำกัด หรือในบริเวณส่วนด้านหน้า

ของหน่วยงานราชการ และบริษัทต่าง ๆ การจัดสวนประเภทนี้จะดูเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่การดูแลรักษาค่อนข้างสูง เพราะต้องตัด

แต่งต้นไม้อยู่เรื่อย ๆ

1.2 แบบธรรมชาติ (Informal) คือการจัดใช้เส้นอิสระ (Free Form) มักเป็นโค้งรูปตัว ‘S’ ดูเป็นธรรมชาติ

อ่อนช้อยไม่เป็นเหลี่ยมมุม ต้นไม้ใช้รูปทรงตามธรรมชาติ ไม่ตัดแต่งเป็นรูปทรงเรขาคณิต การจัดสวนแบบธรรมชาตินี้เหมาะกับบ้าน

ทั่ว ๆ ไปหรือสวนสาธารณะ และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ

 

2.วัสดุอุปกรณ์ในการตกแต่งสวนที่จำเป็น

 

2.1 การเตรียมพื้นที่ คือจะต้องทำบริเวณพื้นที่ที่จะจัดสวนให้เรียบโล่ง เหลือไว้แต่สิ่งที่เราจะใช้ประโยชน์ได้ในภายหลัง เช่นต้นไม้

ใหญ่ ๆ หิน เนินที่มีอยู่เดิม การปรับพื้นดินทำโดยการรดน้ำจนเปียก แล้วจึงใช้ลูกกลิ้งบดให้เรียบ ระดับโดยรวมควรลาดเอียงไปยัง

ทางท่อระบายน้ำ และลาดเอียงออกจากตัวบ้าน เก็บเศษวัสดุ ก้อนหิน หญ้า และวัชพืช ที่ไม่ต้องการทิ้งให้หมด

 

2.2 ต้นไม้ ต้นไม้ที่ใช้ในการตกแต่งสวนนั้นได้แก่ ไม้ยืนต้น, ไม้พุ่ม, พืชคลุมดินและหญ้า

 

2.3 วัสดุปูพื้น วัสดุปูพื้นของสวนในบ้านหมายถึง ส่วนใช้งานที่ต้องการผิวพื้นที่ไม่ใช่สนามหญ้าเพื่อทนการเหยียบย่ำ

 

2.4 รั้ว การออกแบบหรือตกแต่งบริเวณภายในบ้านนั้น นอกจากรั้วรอบบ้านที่ใช้แสดงขอบเขตของพื้นที่ และป้องกันอันตรายจาก

ภายนอกแล้วเรายังต้องการเป็นเครื่องประดับสวนให้งดงามอีกด้วย การเลือกแบบของรั้วนั้นขึ้นอยู่กับแบบของบ้านและรูปทรง

ของบริเวณสวน สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะได้แก่ รั้วไม้, รั้วอิฐบล๊อค และ รั้วเหล็ก หรือรั้วอัลลอยด์

2.5 หิน การใช้หินมาตกแต่งสวนนั้นจะต้องใช้หินชนิดเดียวกัน แต่ให้แตกต่างกันที่ขนาดไม่ควรใช้หินหลากหลายชนิดในพื้นที่

เดียวกัน หินที่นิยมใช้ในการจัดสวนคือ หินแม่น้ำ หินทะเล หินกาบ หินชั้น โดยทั่วไปแล้ว มักใช้หินนำมาจัดเป็นสวนหย่อม

2.6 เก้าอี้ชุดสนามและม้านั่งต่าง ๆ จัดเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญในสวน เพราะการมีเก้าอี้สนามไว้ในสวนแสดงให้เห็นถึงการเชื้อ

เชิญให้หยุดพักผ่อน และนั่งเล่น ดังนั้น เก้าอี้ชุดสนามควรมีอายุการใช้งานที่นาน ทนแดดทนฝนได้ดี ส่วนมากจะทำมาจากวัสดุ

ประเภท ไม้ หินขัด หินธรรมชาติ เหล็กหล่อ อัลลอยด์

2.7 รูปปั้น การนำรูปปั้นมาตกแต่งสวนนั้น เป็นวิธีการเรียกร้องความสนใจอีกอย่างหนึ่งซึ่งเป็นองค์ประกอบที่บังคับให้คนมอง โดย

เฉพาะรูปปั้นที่เป็นรูปคนมักจะเป็นจุดสนใจสร้างจินตนาการให้ระลึกถึงอดีตเป็นงานศิลปะ ที่มีค่ามากในการนำมาตกแต่งสวน เช่น

รูปปั้นดินเผา

2.8 กระถาง หรือ ภาชนะบรรจุต้นไม้ต่าง ๆ เป็นองค์ประกอบที่ช่วยเสริมบริเวณสวนให้ดูสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น กระถางที่ดีควรมีรู

ระบายน้ำด้วย

2.9 น้ำและไฟในสวน น้ำเป็นสิ่งที่เสริมสร้างความรื่นรมย์แก่ผู้ใช้เป็นอย่างมาก เสียงหรือแสงระยิบระยับของน้ำยามต้องแสงแดด

หรือเงาที่สะท้อนตามพื้นน้ำจะช่วยให้สวนมีชีวิตชีวามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสระน้ำ น้ำพุ หรือน้ำตก

อ้างอิง:

http://www.pwschool.ac.th/external_newsblog.php?links=401

Advertisements

การดูแลรักษาบ้าน

การดูแลบ้าน…ให้ดูดี

 

ขั้นตอนที่ 1

 

สภาพแวดล้อมของบ้าน ฝุ่นละออง แสงสว่าง ความร้อนและความชื้นทั้งหมดนี้ล้วนมีผลกระทบต่อสภาพของการตกแต่งในบ้าน ถ้าไม่ระวังข้าวของต่าง ๆ มีสิทธิ์ที่จะเสื่อมสภาพไปได้เหมือนกันเช่น แสงแดดที่มากเกินไปมักเป็นอันตรายต่อวัสดุตามธรรมชาติทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นไม้ ผ้า สีย้อมตามธรรมชาติทุกชนิดและกระดาษ จึงควรหลีกเลี่ยงพยายามไม่ให้ภาพวาด เฟอร์นิเจอร์ไม้ หรือผ้าม่านสวย ๆ ต้องถูแสงแดดโดยตรง โดยการหามู่ลี่มาปิดกันแสงไว้เสีย

 

ขั้นตอนที่ 2

 

สัตว์นำโรคและแมลง ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม คงเป็นเรื่องยากที่จะหลีกหนีบรรดาสัตว์นำโรคต่าง ๆเช่น หนู แมลงสาบ แมลงกินผ้า มด ยุง วิธีหนึ่งที่พอจะรับมือกับบรรดาสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ก็คือ การหมั่นดูดฝุ่นและทำความสะอาดบริเวณเหล่านี้ให้ดี หมั่นตรวจสอบไปรอบ ๆ บ้าน เมื่อพบเจออะไรที่ผิดปกติก็ควรรีบหาทางแก้ไขเสียแต่เนิ่น ๆ แต่การกำจัดแมลงหรือสัตว์ในบ้านบางชนิด อาจต้องใช้สารเคมีที่เป็นอันตราย หากสุดความสามารถจริง ๆ แล้วก็อาจต้องพึ่งบริษัทกำจัดแมลง

 

ขั้นตอนที่ 3

ดูแลของเก่าในบ้าน สิ่งที่เป็นศัตรูสำหรับของเก่าก็คือสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ซึ่งมีหลักง่าย ๆ ว่าอย่าให้อากาศโดยรอบแห้งจนเกินไป อย่าให้ถูกแสงแดดตรง ๆ โดยตั้งไว้ในที่ที่จะถูกกระทบได้น้อยที่สุด ไม่ว่าจะโดนคนหรือของตกแต่งชิ้นอื่น และเคลื่อนย้ายหรือจับต้องอย่างเบามือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับของที่บอบบางหรือแตกได้

 

ขั้นตอนที่ 4

เฟอร์นิเจอร์ไม้ ควรจัดวางเฟอร์นิเจอร์ไม้ให้ถูกที่ โดยไม่ให้อยู่ใกล้แหล่งความร้อนหรือตั้งบนพื้นที่เปียกชื้นแต่ควรตั้งในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก และมีอุณหภูมิของอากาศที่ค่อนข้างคงที่ ถึงแม้จะเป็นไม้เก่าแค่ไหนก็ต้องระวังเรื่องแสงสว่างให้มาก อย่าให้ถูกแสงแดด แสงสปอตไลท์ และแสงจากโคมไฟโดยตรง รอยขีดข่วนของข้าวของที่วางบนเฟอร์นิเจอร์ไม้และรอยหยดน้ำต่าง ๆ เหล่านี้ ล้วนมีผลต่อความงามของเนื้อไม้ทั้งสิ้น ทางที่ดีควรจัดหาแผ่นรองแก้วและสิ่งของอื่น ๆ เพื่อไม่ให้สัมผัสกับพื้นผิวของไม้โดยตรง และปัดฝุ่นอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้แมลงมาเจาะกินอาศัยเนื้อไม้ได้

 

ขั้นตอนที่ 5

ภาพวาด ทั้งภาพสีน้ำและสีน้ำมัน ซึ่งจะมีองค์ประกอบของภาพจำพวกไม้ ผ้าใบ สีฝุ่น น้ำมันเคลือบเงา ล้วนเปลี่ยนแปลงได้ตามอุณหภูมิที่ขึ้นลง ภาพสวย ๆ อาจจะหด งอ บิดเบี้ยวหรือแตกได้ ถ้าได้รับความร้อนมากเกินไป เพราะฉะนั้นควรแขวนภาพไว้ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทดี ไม่ควรใช้มือจับพื้นผิวของภาพโดยตรงและหากจะทำการเคลื่อนย้ายภาพไปไหน ๆ ก็ควรห่อด้วยวัสดุกันกระแทกหรืออะไรก็ได้ที่ไม่ทำให้ภาพได้รับความกระทบกระเทือนมากนัก

อ้างอิง:

         http://www.thaihomemaster.com/showinformation.php?TYPE=15&ID=435

หลักการบริโภคอาหารและเครื่องดื่ม

หลักในการเลือกบริโภคอาหารและเครื่องดื่ม

 

การเลือกบริโภคอาหารและเครื่องดื่ม ควรเลือกอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาครบถ้วน และได้ปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการของร่าง

กาย โดยมีหลักในการเลือก ดังนี้

 

 

 

 

 

1. เลือกอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนทั้ง 5 หมู่

2. เลือกอาหารที่สะอาด ไม่มีแมลงวันตอม มีบรรจุภัณฑ์ห่อหุ้มที่สะอาด

 

3. เลือกอาหารที่สดและใหม่ ไม่บูด เน่า เสีย

4. เลือกอาหารที่ไม่แข็งหรือเหนียวเกินไป เพราะจะทำให้ย่อยยาก

5. เลือกบริโภคอาหารที่มีกากใยมาก เช่น ผักและผลไม้ต่าง ๆ เพื่อช่วยให้การทำงานของระบบขับถ่ายปกติ

6. ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย

7. เลือกเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น น้ำผลไม้

8. ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์กระตุ้นประสาท เช่น กาแฟ เครื่องดื่มชูกำลังประเภทต่าง ๆ และเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์ทุกชนิด

อ้างอิงhttp://sontaya-241.blogspot.com/2008/11/blog-post_13.html

Hello world!

Welcome to WordPress.com. After you read this, you should delete and write your own post, with a new title above. Or hit Add New on the left (of the admin dashboard) to start a fresh post.

Here are some suggestions for your first post.

  1. You can find new ideas for what to blog about by reading the Daily Post.
  2. Add PressThis to your browser. It creates a new blog post for you about any interesting  page you read on the web.
  3. Make some changes to this page, and then hit preview on the right. You can alway preview any post or edit you before you share it to the world.